BEOGAMING : ประวัติสโมสรฟุตบอลคริสตัลพาเลซเจ้าของฉายาราชวังเรือนแก้ว

BEOGAMING

คริสตัล พาเลซ (crystal palace) เจ้าของฉายาราชวังเรือนแก้ว สำหรับแฟนบอลชาวไทย อาจจะไม่ค่อยอิน เพราะว่าไม่ได้เป็นทีมที่โด่งดังอะไรมากในปัจจุบัน

BEOGAMING : นอกจากแฟนบอลรุ่นเก่าหน่อย ที่จะพลอยได้ยินชื่อบ่อย ๆ หรือไม่ก็คนที่เคยไปอยู่ที่เมืองลอนดอน ที่อาจจะชอบหรือว่าตามเชียร์แบบแฟนพันธ์แท้ ซึ่งแฟนบอลรุ่นใหม่ก็อาจจะรู้จักเพียงผ่าน ๆ แต่สโมสรแห่งนี้ก็มีเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย กับทีมที่เป็นสโมสรฟุตบอลประจำเมือง ที่เป็นที่ภูมิใจของคนในเมือง

BEOGAMING : ทางสโมสรได้มีโอกาสเล่นในลีกสูงสุดของประเทศมาแล้วถึง 34 ครั้ง ทั้งลีกรูปแบบเก่าและรูปแบบปัจจุบัน ที่มีการปรับเปลี่ยนกันมาจนลงตัว ทีมมีฉายาว่า The Glaziers , The Eagles ตามโลโก้สัญลักษณ์ของทีม แต่ในประเทศไทยแล้ว ทีมนี้จะถูกเรียกว่า ปราสาทเรือนแก้ว , ราชวังเรือนแก้ว ตามชื่อของทีมมากกว่า

โดยในปัจจุบันทีมยังไม่ได้มีเงินมากมายนัก จึงเน้นการซอปไปที่นักเตะเกรดรองราคาไม่แพง แต่ซื้อมาเล่นแล้วเข้ากับทีมได้ จนดันให้ความสามารถออกมาได้เด่นชัดหลายคน และรวมไปถึงการปั้นเด็กขึ้นมาใช้งานเอง นับว่าเป็นทีมเล็กให้ความสำคัญกับพวกแข้งดาวรุ่งมาก

ความเป็นมา ทีม คริสตัล พาเลซ

ทีมฟุตบอล คริสตัล พาเลซ ( Crystal Palace F.C. ) ก่อตั้งมาแล้วอย่างยาวนาน โดยเกิดขึ้นในวันที่ 10 กันยายน 1905 จากประชาชนในพื้นที่ช่วยกัน ภายใต้การแนะนำของ Edmund Goodman ผู้ช่วยเลขานุการทีม Aston Villa และนั่นทำให้สีประจำทีม ของทั้ง 2 ทีมคล้ายกัน โดยปัจจุบันทีมก่อสร้างมาเป็นเวลา 116 ปี

คริสตัล พาเลซ เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างด้วยเหล็กหล่อ (Cast iron) และกระจกที่เดิมสร้างขึ้นที่ไฮด์พาร์คในกรุงลอนดอนในอังกฤษเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการแสดงนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ (The Great Exhibition) ของปี ค.ศ. 1851 ภายในมีผู้ร่วมเข้าแสดงจากทั่วโลกถึง 14,000 องค์การในเนื้อที่ทั้งหมด 92,000 ตารางเมตร ที่เป็นการแสดงสิ่งต่าง ๆ ที่แสดงถึงความก้าวหน้าล่าสุดทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิวัติอุตสาหกรรม วังแก้วออกแบบโดยสถาปนิกโจเซฟ แพกซ์ตัน ตัวสิ่งก่อสร้างยาว 564 เมตร และสูง 33 เมตรถือเป็นสิ่งก่อสร้างมุงแก้วที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ BEO333

หลังจากงานนิทรรศการแล้ววังแก้วก็ถูกย้ายไปสร้างในสวนสาธารณใหม่ในย่านผู้มีฐานะดีของกรุงลอนดอนที่เรียกว่า ไซเด็นแนมฮิลล์ (Sydenham Hill) ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าใดนักตั้งแต่สมัยวิคตอเรีย วังแก้วได้รับการขยายและตั้งอยู่ที่นั่นระหว่างปี ค.ศ. 1854 จนถึงปี ค.ศ. 1936 เมื่อถูกทำลายลงในเพลิงไหม้ คำว่า “Crystal Palace” เป็นคำที่คิดขึ้นอย่างเยาะ ๆ โดยนิตยสารเสียดสี “พันช์” ที่ต่อมาใช้เรียกบริเวณทางใต้ของลอนดอน (คริสตัลพาเลซ) และอุทยานรอบบริเวณนั้น ทั้งนี้สโมสรใช้สนาม Selhurst Park เป็นสนามเหย้าของทีม สนามแห่งนี้มีความจุประมาณ 26,000 ที่นั่งและจะได้รับการปรับเพิ่มความจุเป็น 36,000 ที่นั่งภายในปี 2021-2022 สนามแห่งนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงลอนดอน

วังแก้วขณะถูกไฟไหม้

วันที่ 30 พฤศจิกายน 1936 ภายในไม่กี่ชั่วโมง วังแก้วถูกไฟไหม้เสียหายจนย่อยยับ แสงไฟที่เผาวังแก้วนั้นสามารถมองเห็นได้ถึงจากแปดมณฑล ขณะนั้น เซอร์ เฮนรี บัคแลนด์ ผู้จัดการทั่วไปของวังแก้วกำลังเดินตรวจตรากับสุนัขและลูกสาวของเขา ต่อมาพวกเขาสังเกตเห็นเปลวไฟสีแดงเรืองแสงอยู่ภายใน ภายในนั้นเองเขาพบสองพนักงานดับเพลิงกำลังดับเพลิงย่อมๆบริเวณส่วนสำนักงาน การระเบิดเกิดขึ้นในห้องรับฝากของสุภาพสตรี ซึ่งไฟนั้นลุกโชนอย่างรุนแรงมาก ต่อมาแม้ว่าจะมีเครื่องดับเพลิงกว่า 89 ตัวและพนักงานดับเพลิงร่วม 400 ชีวิต มาถึงสถานที่เกิดเหตุแต่ก็ไม่สามารถที่จะดับไฟลงได้ บัคแลนด์กล่าวว่า "ในไม่กี่ชั่วโมงเราได้เห็นจุดจบของเดอะคริสตัลพาเลซ มันจะยังอยู่ในความทรงจำไม่เพียงแต่คนอังกฤษ แต่จากโลกทั้งโลก" ในขณะนั้นเอง มีประชาชนนับแสนคนเดินทางมาที่ไซเด็นแนมฮิลล์เพื่อชมแสงไฟที่กำลังแผดเผาวังแก้ว ในหมู่คนเหล่านั้น เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิลล์ อดีตสมาชิกรัฐสภาอังกฤษกล่าวว่า "นี่คือจุดจบของยุค"

สัญลักษณ์เป็นนกอินทรีย์เหยียบลูกฟุตบอล

สโมสรฟุตบอลคริสตัลพาเลซ มีสัญลักษณ์เป็นนกอินทรีย์เหยียบลูกฟุตบอลและราชวังเรือนแก้ว สีเสื้อของสโมสรใช้สีน้ำเงินแดงเป็นชุดเล่นในบ้าน ส่วนชุดที่ใส่เล่นตอนเป็นทีมเยือนจะเป็นสีขาวพาดลายน้ำเงินแดงและสีเหลืองพาดลายน้ำเงินแดง แม้ว่าทีมจะยังไม่ประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก แต่ทีมสามารถยืนระยะเล่นอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศโดยไม่ตกชั้นมาตั้งแต่พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013–2014 โดยทำผลงานดีที่สุดจบที่อันดับ 10 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014–15

บทความจาก : BEOGAMING

นำเสนอโดย : BEO333